น้ำขิงมะนาว เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง

หน้าแรกประโยชน์ของขิงน้ำขิงมะนาว เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
น้ำขิงมะนาว

เริ่มต้นปีแบบนี้ หลาย ๆ คน คงเริ่มตรวจสุขภาพประจำปีกันบ้างแล้ว และเห็นผลเลือด เห็นตัวเลขค่าไขมันต่าง ๆ ในร่างกายของตัวเองไปแล้ว และเชื่อว่าหลาย ๆ ท่าน เกิดความสับสนว่า ไขมันแต่ละชนิดคืออะไร มีประโยชน์ หรือ โทษ กับร่างกายแค่ไหน แล้วควรปฏิบัติตัวอย่างไร ถ้าไขมันเหล่านั้นสูง หรือ ต่ำ จนเกินไปดื่ม  ก่อนที่เราจะไปพูดถึง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยลดไขมันในเลือด อย่าง น้ำขิงมะนาว ตามหัวข้อบทความ เรามาทำความรู้จักกับไขมันในเลือดชนิดต่าง ๆ และ ภาวะไขมันในเลือดสูง กันก่อนดีกว่า เพราะ นั่นคือสาเหตุหลัก ที่ทำให้เรา ต้องเริ่มหันมา ลองดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่าง น้ำขิงมะนาว นั่นเอง

จริง ๆ แล้วระบบภายในร่างกายของมนุษย์มีความซับซ้อน กลไกในร่างกายมนุษย์นั้น ต้องทำงานประสานกันไปมา เพื่อให้ระบบในร่างกายดำเนินเป็นไปตามปกติ โดยเฉพาะกระบวนการเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงานในการใช้ชีวิตประจำวัน  และ สิ่งที่สำคัญในกระบวนการนี้ สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย ก็คือ "เลือด" นั่นเอง เพราะเลือดในร่างกายมนุษย์ มีหน้าที่สำคัญคือ ลำเลียงสารอาหารต่าง ๆ ในร่างกาย รวมถึงลำเลียงไขมันด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไขมัน เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยในการละลาย และดูดซึมวิตามินบางตัว ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ป้องกันการกระทบกระเทือนต่ออวัยวะภายใน และสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย เป็นต้น ไขมันถึงจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่หากได้รับมากเกินไป ก็เกิดเป็นโทษได้เช่นกัน และโรคที่พบบ่อยก็คือ ภาวะไขมันในเลือดสูง
 
ไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดสูง Hyperlipidemia [1] คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ เรียกว่าภาวะไขมันผิดปกติ  เป็นภาวะทางสุขภาพอย่างหนึ่ง ที่ร่างกายเริ่มเตือนแล้วว่าในร่างกายมีระดับไขมันไม่ดี ในระบบไหลเวียนเลือดสูงเกินไป อาจเป็นเพราะระดับคอเลสเตอรอลสูง หรือ ระดับไตรกลีเซอไรด์สูง อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ สูงทั้งสองชนิดก็เป็นได้ ซึ่งหากมีภาวะไขมันในเลือดสูง อาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทำให้เกิดโรคร้ายแรงตามมาได้

ไขมันมีแหล่งที่มาหลัก ๆ จาก 2 แหล่ง คือ ส่วนที่ร่างกายผลิตได้เองจากตับ และส่วนที่ร่างกายรับมาจากอาหารที่รับประทาน ในระบบไหลเวียนโลหิต ไขมันจะถูกลำเลียงผ่านเลือดเกาะไปด้วยกันกับโปรตีนมีชื่อเรียกว่า “ไลโปโปรตีน” (Lipoprotein) [2] จะมีการจำแนกประเภทไขมันในเลือดดังนี้ แบ่งออก เป็น 2 ชนิด

1. คอเลสเตอรอล Cholesterol [3] เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นได้เองจากตับ คอยทำหน้าที่สร้างคอเลสเตอรอล เพื่อช่วยย่อยอาหาร และ สร้างสิ่งต่างๆของร่างกาย เช่น ฮอร์โมนในร่างกาย [4] เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมอง และคอเลสเตอรอลที่ร่างกายได้รับจากอาหารที่รับประทานเข้าไป เช่นอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง จำพวกไขมันสัตว์ เนื้อสัตว์ติดมัน เนย มาร์การีน น้ำมันปาล์ม กะทิ อาหารประเภททอด รวมถึงอาหารคอเลสเตอรอลสูงจำพวกเครื่องในสัตว์ กุ้ง ปลาหมึก หอย ไข่ปลา ฯลฯ ปริมาณไขมันจะขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารที่รับประทานอาหารเข้าไป แต่หากมีคอเลสเตอรอลมากเกินไปก็จะเป็นโทษต่อร่างกายเช่นกัน เพราะเนื่องจากตับสามารถสร้างคอเลสเตอรอลได้มากเท่าที่ร่างกายต้องการอยู่แล้ว คอเลสเตอรอลในอาหารที่รับประทานเข้าไป จึงกลายเป็น คอเลสเตอรอลส่วนเกิน กว่าปกติที่ร่างกายต้องการ โดยที่จะต้องมีค่าคอเลสเตอรอลรวมไม่เกิน 200mg/dl และคอเลสเตอรอล แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ
  • High-Density Lipoprotein (HDL) หรือที่เรียกกันว่า ไขมันดี ทำหน้าที่ดักจับไขมันส่วนเกินออกจากกระแสเลือด แล้วส่งไปยังตับ ไขมันประเภทนี้หากมีปริมาณมาก ในระดับที่เหมาะสม จะยิ่งส่งผลดีต่อร่างกาย 
  • Low-Density Lipoprotein (LDL) หรือที่เรียกกันว่า ไขมันเลว ที่มาจากไขมันสัตว์ ถ้าไขมันชนิดนี้สูงจะไปเกาะผนังหลอดเลือดทำให้ตีบแคบลง การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก ความยืดหยุ่นของหลอดเลือดเสียไป จึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดตีบตันได้มาก

2. ไตรกลีเซอไรด์ Triglycerides [5] เป็นไขมันอีกรูปแบบหนึ่งที่อยู่ในเลือด เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายได้รับน้ำตาล และแคลอรี่จากการรับประทานอาหารมากเกินกว่าที่ต้องใช้ จึงถูกเปลี่ยนสภาพให้เป็นไตรกลีเซอไรด์ที่อยู่ตามเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ไตรกลีเซอไรด์มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย แต่การมีระดับไขมันชนิดนี้สูงเกินไปก็เป็นปัจจัยให้เกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมากขึ้น เพราะฉะนั้นควรควบคุม ระดับปกติในเลือด ไม่ควรเกิน 150 มิลลิกรัม ต่อเดซิลิตร (ค่าปกติ 50 – 150 mg/dl) การรับประทานอาหารในปริมาณแต่พอดีจะช่วยควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์ไม่ให้สูงเกินไปได้ 

จากบทความข้างต้น คงทำให้หลายๆคนที่อ่านมาถึงตอนนี้ ได้รู้จักกับภาวะไขมันในเลือดสูง มากขึ้นแล้ว อย่างที่กล่าวไปว่า คอเลสเตอรอล เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่หากได้รับมากเกินไป ก็อันตรายต่อร่างกาย เพราะฉะนั้นควรเริ่มปรับจากปัจจัยภายนอก นั้นก็คือ การเลือกรับประทานอาหาร และเครื่องดื่ม ที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อป้องกันการเจ็บไข้ได้ป่วยจนเกิดเป็นโรคร้ายแรง จากภาวะไขมันในเลือดสูง และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแบบไหนที่ตอบโจทย์ สามารถดื่มเป็นเดลี่ดริ้ง ดื่มได้ทุกวัน ก็เห็นจะหนีไม่พ้นเครื่องดื่มสมุนไพร ที่หาดื่มง่าย อร่อย ดื่มได้บ่อย และ ได้ประโยชน์ นั่นก็คือ น้ำขิงมะนาว นั่นเอง เพราะคุณสมบัติ เหมาะสมกับการป้องกัน ภาวะไขมันในเลือด ได้เป็นอย่างดี

น้ำขิง ถือเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในฐานะยาอายุวัฒนะตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย แต่ด้วยความที่ขิง เป็นสมุนไพร ที่มีทั้งรสชาติที่เผ็ดร้อน และมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้หลายคนเข้าถึงได้ยาก หลาย ๆ ท่าน จึงมีการใส่ตัวช่วยอย่าง น้ำผึ้ง หรือ น้ำตาล เพื่อหวังให้ทานง่ายขึ้น หากจะบอกว่าโจทย์เพราะทานได้ง่ายขึ้น แต่นั้นคงไม่ทั้งหมด เพราะอาจไม่เป็นผลดี สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวและคนรักษาหุ่นสักเท่าไหร่นัก การเลือกดื่ม น้ำขิงผสมกับมะนาว จึงถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพสมัยนี้ ที่ไม่ได้ดีแค่ความเผ็ดร้อน ป้องกันโรคร้าย แต่ยังมีรสชาติอร่อยถูกใจ และไม่มีพุงน้อย มากวนใจด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก่อนจะรับประทาน หรือ ดื่มอะไร เข้าไปในร่างกาย ก็ควรทำความรู้จักกับสิ่งนั้นให้ถ่องแท้เสียก่อน 
 
ขิง, มะนาว

ประโยชน์และสรรพคุณ ของ ขิง และ มะนาว

ขิง (Ginger) [6] เป็นพืชรสเผ็ดอุ่น มีฤทธิ์แก้หวัดเย็น เป็นยาอายุวัฒนะ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ และชะลอการเกิดริ้วรอยขับเหงื่อ บำรุงกระเพาะ แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ลดคลอเลสเตอรอลที่สะสมในตับ และเส้นเลือด ป้องกันและบรรเทาอาการ หรือโรคร้ายต่าง ๆ ด้วย  ขิงยังมีสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย คือ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม วิตามินเอ  เมื่อบริโภคขิง 100 กรัม คุณค่าทางโภชนาการที่ได้รับคือ พลังงาน 25 กิโลแคลอรี โปรตีน 0.4 กรัม คาร์โบไฮเดรต 4.4 กรัม ไขมัน 0.6 กรัม เส้นใยอาหาร 0.8 กรัม ธาตุเหล็ก 1.2 มิลลิกรัม แคลเซียม 18 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม บีตา-แคโรทีน 10 ไมโครกรัม วิตามินซี 1 มิลลิกรัม ไทอามีน 0.02 มิลลิกรัม ไนอาซิน 1 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน 0.02 มิลลิกรัม 

สรรพคุณของขิง
  1. เป็นยาบำรุงกำลังและยาอายุวัฒนะ
  2. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีในร่างกาย
  3. ช่วยให้ระบบขับถ่ายในร่างกายดีขึ้น
  4. ช่วยรักษาอาการร้อนใน
  5. ขับล้างสารพิษและคอเลสเตอรอล,ไขมัน ออกจากร่างกาย
  6. ช่วยแก้อาการหนาวสั่น
  7. ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น
  8. ช่วยบรรเทาอาการคลื่นใส้อาเจียนได้
  9. ช่วยลดอาการปวดศีรษะและไมเกรนได้
  10. แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม
  11. สามารถช่วยรักษาโรคนิ่ว
  12. ช่วยขับถ่ายของเสียออกจากลำไส้
  13. ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย
  14. ช่วยในการย่อยอาหาร
  15. ช่วยลดกลิ่นปาก แก้อาการปากเหม็น  

มะนาว (Lime) [7] เป็นพืชรสเปรี้ยว จัดอยู่ในตระกูลส้ม ผลสีเขียว เมื่อสุกจัดจะเป็นสีเหลือง ในผลมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยถึง 7% แต่กลิ่นไม่ฉุน มะนาวมีน้ำมันหอมระเหยที่ให้กลิ่นสดชื่น น้ำมะนาวจึงมีประโยชน์สำหรับใช้เป็นส่วนผสมน้ำยาทำความสะอาด น้ำยาล้างจาน เครื่องหอม และการบำบัดด้วยกลิ่น (aromatherapy) เพราะมีส่วนประกอบของสารซิโตรเนลลัล, ซิโครเนลลิล อะซีเตต, ไลโมนีน, ไลนาลูล, เทอร์พีนีออล ฯลฯ รวมทั้งมีกรดซิตริค, กรดมาลิก และกรดแอสคอร์บิก  ซึ่งถือเป็นกรดผลไม้ (AHA : Alpha Hydroxy Acids) กลุ่มหนึ่ง เป็นที่ยอมรับว่าช่วยให้ผิวหน้าที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไป พร้อม ๆ กับช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ๆ ช่วยให้รอยด่างดำหรือรอยแผลเป็นจางลง 

สรรพคุณของมะนาว  
  1. เป็นยาอายุวัฒนะ
  2. ช่วยในการเจริญอาหาร
  3. ช่วยแก้อาเจียน เป็นลมวิงเวียนศีรษะ แก้แฮ้งค์ได้
  4. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูงและต่ำ
  5. แก้ไข้ทับระดู
  6. ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด หรือเลือดออกตามไรฟัน
  7. ช่วยในการขับเสมหะ แก้ ไอ
  8. ช่วยบรรเทาอาการต่อมทอนซิลอักเสบ
  9. ช่วยบรรเทาอาการเสียงแหบแห้ง
  10. ช่วยลดอาการเหงือกบวม
  11. เป็นยาบ้วนปาก ทำให้ช่องปากสะอาดมากยิ่งขึ้น
  12. ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง แน่นท้อง ด้วยการนำน้ำมะนาวมาใช้กินกับน้ำตาล
  13. ช่วยรักษาอาการท้องผูก
  14. ช่วยฟอกโลหิต บำรุงโลหิต รักษาโรคโลหิตจาง
  15. แก้โรคเหน็บชา
  16. ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย
  17. ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ
  18. ช่วยรักษาโรคผิวหนัง บรรเทาอาการคันบริเวณผิวหนัง

เคล็ด(ไม่)ลับ สำหรับคนที่อยาก ลดน้ำหนักง่ายๆตามสูตรธรรมชาติ โดยไม่พึ่งยา อาหารเสริมราคาแพง และไม่ต้องใช้สารเคมี แถมช่วยลดไขมันในเลือดได้ดี คุณจะเชื่อหรือไม่ เพียงแค่ดื่ม น้ำสมุนไพร ขิงมะนาว เท่านั้นเอง ง่ายๆเพียงแค่คุณต้องเข้าใจหลักการ ในการทำความสะอาดไขมันส่วนเกินในกระเพาะอาหาร และลำไส้ก่อน ลองทำชาเลนจ์กับตัวเอง เพียงดื่ม น้ำขิงมะนาว ติดต่อกัน 14 วัน  และมาดูผลลัพท์กัน ว่าน่าทึ่งแค่ไหน เพียงแค่มีส่วนผสม 2 อย่าง  ขิง และ มะนาว เท่านี้ก็ได้น้ำสมุนไพร ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพแล้ว
 
น้ำขิงมะนาว

วิธีทำ น้ำขิงมะนาว
  1. น้ำอุ่น 1 แก้ว
  2. ขิงสด ฝานบางๆ ตัดชิ้นขนาด ½ นิ้ว ปริมาณ 5 ชิ้น แช่ในแก้วน้ำอุ่นประมาณ 3-5 นาที
  3. บีบน้ำมะนาวจากลูกมะนาวสดๆ ลงไป จะฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆ แช่ร่วมลงไปอีกก็ได้
  4. หากจิบยากให้เติมน้ำผึ้งได้แค่ ½ ช้อนชา ช่วยกลบรสชาติเผ็ดร้อนของขิง (ไม่แนะนำ สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือ ต้องการลดน้ำหนัก)
  5. ชงแล้วจิบทีละนิด 

 
ขิงมะนาว

9 ประโยชน์ของ น้ำขิงมะนาว น้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
  1. ช่วยเผาผลาญไขมัน น้ำขิงมะนาวช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้สูงถึง 5% รสชาติเผ็ดร้อนของขิงช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้ 20% น้ำขิงมะนาวเหมาะกับคนที่ออกกำลังกายร่วมด้วย เพราะจะยิ่งช่วยระบบเผาผลาญได้ดีขึ้น
  2. ช่วยลดน้ำหนัก ผลการวิจัยจาก Clinical Biochemistry and Nutrition ประเทศญี่ปุ่น บอกว่า การจิบน้ำขิงมะนาวอย่างน้อยวันละครั้งจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเอนไซม์ Acyl-CoA oxidase ออกมามากขึ้น ดึงเอาไขมันที่ถูกสะสมไว้มาเผาผลาญเป็นพลังงาน โดยไขมันที่ถูกเผาผลาญจะขับออกในรูปของปัสสาวะ
  3. ดีท็อกซ์สารพิษตกค้างในร่างกาย จิบน้ำขิงมะนาวทุกเช้าช่วยให้ร่างกายได้ดีท็อกซ์สารพิษที่ตกค้างอยู่ในตับ และช่วยให้ระบบไหลเวียนน้ำเหลืองทำงานเป็นปกติ
  4. ชะลอความเสื่อมของเซลล์ ขิงกับมะนาวมีสารต้านอนุมูลอิสระ อุดมด้วยวิตามินซี วิตามินบี ป้องกันเซลล์ผิวถูกทำร้าย มีแร่ธาตุดีๆ อาทิ ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ช่วยบำรุงกระดูก กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ยังบำรุงต่อมหมวกไต
  5. ช่วยระบบย่อยอาหาร ผู้ที่อาหารไม่ย่อยเป็นประจำ ให้จิบน้ำขิงมะนาวในตอนเช้า น้ำขิงมะนาวจะช่วยกระตุ้นให้ตับผลิตน้ำย่อยออกมามากขึ้น เวลากินอาหารในมื้อถัดไป จะไม่รู้สึกอึดอัดท้อง ลดอาการท้องอืด
  6. ช่วยบำรุงผิวพรรณ จิบน้ำขิงมะนาว เป็นประจำ จะทำให้ผิวพรรณมีน้ำมีนวล เปล่งปลั่ง สดใส เพราะน้ำขิงมะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกสารอนุมูลอิสระทำร้าย กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
  7. บรรเทาอาการเจ็บคอ ผู้ที่มีอาการเจ็บคอบ่อย จิบน้ำขิงมะนาวบ่อยๆ น้ำขิงมะนาวมีคุณสมบัติบรรเทาอาการเจ็บคอ มะนาวช่วยให้ร่างกายกระตุ้นน้ำลาย ขิงช่วยลดการติดเชื้อในลำคอ
  8. บรรเทาหวัด น้ำขิงมะนาวช่วยป้องกันโรคหวัดได้ มะนาวมีวิตามินซีสูง ช่วยลดการสะสมเชื้อโรคในระบบทางเดินหายใจ ความเผ็ดร้อนจากขิงช่วยให้ร่างกายขับเหงื่อมากขึ้น บรรเทาอุณหภูมิความร้อนในร่างกายให้ลดลง จิบน้ำขิงมะนาวอุ่น ๆ ทุกวันจะช่วยบรรเทาหวัด
  9. เพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ขิงมีรสเผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว สดชื่นกระปรี้กระเปร่า คล้ายกับสารคาเฟอีนในกาแฟ แต่ไม่มีโทษ เช้าวันมัวซัวหดหู่ ตื่นมาไม่สดชื่น ให้จิบน้ำขิงมะนาวเพิ่มพลัง

อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงอยากจะรีบพุ่งตัวไปหาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อย่าง น้ำขิงมะนาว มาดื่มกัน ตอนนี้เลยแน่ ๆ  เพราะประโยชน์ที่มากมายของ น้ำขิงมะนาว นี่แหละเลยได้รับความนิยม สำหรับคนออกกำลังกายเป็นอย่างมาก เพราะช่วยเรื่องเเผาผลาญไขมันได้ดี และเพื่อประโยชน์ที่สูงสุด เมื่อชงแล้วพยายามดื่มให้หมดภายใน 15 นาที เพราะวิตามิน และแร่ธาตุ ที่โดนความร้อนจะอยู่ได้ไม่นาน 

ทั้งนี้ การที่มีสุขภาพที่ดี ต้องหันมาใส่ใจตัวเองให้มากขึ้น วันนี้คุณกินอะไร อาหารที่คุณกิน จะส่งผลดี หรือ ผลเสีย กับตัวคุณอย่างไร? ดังสำนวนที่ว่า “You are what you eat” หรือแปลว่า “คุณกินอะไรเข้าไป คุณก็เป็นอย่างนั้น” เพราะฉะนั้นควรดูแลตัวเองอยู่เสมอ คอยควบคุมระดับไขมันในเลือดให้ปกติ เลือกทาน และ พยายามออกกำลังกาย  เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายในอนาคตด้วย 


อ้างอิง
[1] ภาวะไขมันในเลือดสูง
[2] ไลโปโปรตีน
[3] คอลเลสเตอรอล
[4] ฮอร์โมนร่างกาย
[5] ไตรกลีเซอไรด์
[6] สรรพคุณของขิง
[7] สรรพคุณของมะนาว
กลับ
23/02/2567
4,690
บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ