ดื่มน้ำขิงแล้วสบายใจเหมือนได้ใส่หน้ากากอนามัยแบบล่องหนไว้อีกชั้น

หน้าแรกประโยชน์ของขิงดื่มน้ำขิงแล้วสบายใจเหมือนได้ใส่หน้ากากอนามัยแบบล่องหนไว้อีกชั้น


จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อเนื่องมา และยังมีแนวโน้มว่าจะยังคงต้องดูแลป้องกันระวังตัวจากการแพร่ระบาดต่อไปอีกสักระยะ ดังนั้น การที่ทุกคนมีภูมิคุ้มกันร่างกายที่แข็งแรงไว้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ ฮอทต้า ห่วงใยและขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสุขภาพของทุกคนให้ผ่านพ้นการแพร่ระบาดของโรคติดต่อนี้ไปได้ 

ด้วยการพัฒนาคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ฮอทต้า คูล ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่รักสุขภาพได้มากขึ้น เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคทุกคน และ ฮอทต้า คูล นับเป็นครั้งแรกของน้ำขิงสดในรูปแบบกล่องแช่เย็นพร้อมดื่ม ที่ยังคงเก็บรักษาคุณค่าของขิงแก่สดอายุ 11-12 เดือน ที่มีจินเจอร์รอลสูง (สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลักที่พบในขิงแก่สด) และวิตามินซีสูง ที่มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ดื่มกันไว้ ได้ภูมิคุ้มกันเต็ม ๆ “ดื่มน้ำขิงแล้วสบายใจเสมือนว่าได้ใส่หน้ากากอนามัยแบบล่องหนไว้อีกชั้น”
 

มีการวิเคราะห์สารสำคัญในขิงพบว่า จินเจอร์รอล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งในกลุ่มฟีนอลที่มีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เพราะภูมิคุ้มกัน (immune) เปรียบเสมือนเกราะป้องกันต้านโรค ซึ่งความจริงแล้วเราอยู่กับเชื้อโรครอบตัวตลอดเวลา ในแต่ละวันอาจสัมผัสกับเชื้อโรคมากมาย แต่ทำไมเราถึงไม่เจ็บป่วย หรือนาน ๆ จะเจ็บป่วยสักที ก็เพราะร่างกายเรามีระบบภูมิคุ้มกันเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันเชื้อโรค ถ้าเกราะป้องกันแข็งแรง เชื้อโรคก็ยากที่จะเข้ามา แต่หากช่วงใดร่างกายอ่อนแอก็จะส่งผลไปที่ระบบภูมิคุ้มกันด้วย เป็นเหตุให้บางครั้งเราก็ป่วยง่ายป่วยบ่อย และเสี่ยงต่อการเป็นโรค ภูมิแพ้ ไวรัส โรคมะเร็ง โรคร้ายแรงต่าง ๆ ที่กำลังก่อตัวลุกลามจนเกิดเจ็บไข้ป่วยขึ้นมาได้ และสาร “จินเจอร์รอล” ยังมีส่วนช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยขับเหงื่อขับพิษ หรือไวรัสออกจากร่างกาย จึงมีส่วนช่วยป้องกันไข้หวัด บรรเทาอาการไอ และปัญหาในระบบทางเดินหายใจได้ดีอีกด้วย

นอกจากจินเจอร์รอลในน้ำขิงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเราแล้ว คุณประโยชน์หรือสรรพคุณของน้ำขิงยังเป็นที่ยอมรับว่า มีส่วนช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ในร่างกายได้ อาทิ อาการเมารถ เคลื่นไส้จากการแพ้ท้องหรือเคมีบำบัด ความดันโลหิตและสุขภาพหัวใจ ควบคุมน้ำหนักและน้ำตาลในเลือด บรรเทาอาการปวด และป้องกันโรคมะเร็ง ดังนี้

1. น้ำขิงช่วยรักษาอาการคลื่นไส้จากอาการเมารถ แพ้ท้อง และเคมีบำบัด
น้ำขิงมีประสิทธิภาพในการลดอาการคลื่นไส้ที่เกี่ยวกับการเมารถเมาเรือและอาการคลื่นไส้จากการตั้งครรภ์ได้ดี เช่น อาการแพ้ท้อง ฯลฯ จากการศึกษาพบว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้วดื่มน้ำขิงเป็นประจำ สามารถลดอาการคลื่นไส้ได้อย่างมาก อีกทั้ง น้ำขิงยังเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่มีฤทธิ์อุ่น สามารถดื่มได้อย่างสม่ำเสมอในช่วงระหว่างให้นมบุตร น้ำขิงยังมีส่วนช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นพร้อมกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตของคุณแม่ แต่เพื่อให้ได้ผลเต็มที่ ควรดื่มน้ำขิงก่อนให้นมลูกน้อยประมาณ 30 นาที จะช่วยส่งผลให้น้ำนมไหลดีขึ้น ช่วยนำพาสารอาหารต่าง ๆ ที่คุณแม่กินเข้าไป ไหลผ่านทางน้ำนมไปสู่ลูก และช่วยทำให้ลูกไม่ปวดท้อง ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้และอาการปวดท้องเกร็งได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น น้ำขิงยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนของผู้ที่เพิ่งผ่าตัดและผู้ที่เพิ่งทำเคมีบำบัดมาได้ดีอีกด้วย

2. น้ำขิงช่วยปรับปรุงระบบย่อยอาหารและบรรเทาอาการท้องร่วง
สรรพคุณของขิงที่ใคร ๆ ต่างต้องเคยได้ยินคือ การบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ซึ่งมีงานวิจัยหลายชิ้นที่สนับสนุนและชี้ให้เห็นว่า การดื่มน้ำขิงสามารถส่งเสริมระบบการย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
งานวิจัยบางชิ้นบ่งชี้ว่า สารประกอบทางเคมีอย่างซิงเจอโรน (Zingerone) สารประกอบสำคัญที่ได้จากการสกัดน้ำมันหอมระเหยในส่วนของเหง้าขิง มีฤทธิ์ให้รสชาติเผ็ดร้อนในแบบเฉพาะตัวนั้นมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีส่วนช่วยในการต้านเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E.coli) ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคท้องร่วง-ท้องเสียในเด็ก

3. น้ำขิงช่วยควบคุมน้ำหนักและน้ำตาลในเลือด
น้ำขิงมีสรรพคุณในการช่วยลดน้ำหนักได้ จากการศึกษาพบว่าน้ำขิงช่วยลดน้ำหนักตัว อัตราส่วนเอวต่อสะโพก และอัตราส่วนสะโพกในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าน้ำขิงสามารถช่วยลดดัชนีมวลกาย (BMI) และระดับอินซูลินในเลือดได้ ซึ่งการมีระดับอินซูลินในเลือดสูงนั้นมีความสัมพันธ์กับโรคอ้วน
งานวิจัยบางชิ้นพบว่าน้ำขิงมีคุณสมบัติในการต้านเบาหวานที่ทรงประสิทธิภาพ โดยพบว่าผู้ที่เป็นเบาหวานแล้วดื่มน้ำขิงทุกวันจะมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการศึกษาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังต้องได้รับการยืนยันจากการศึกษาชิ้นใหญ่ก่อน

4. น้ำขิงช่วยบรรเทาอาการปวด ช่วยเรื่องข้อเสื่อมได้
น้ำขิงบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ เพราะส่วนประกอบของน้ำขิงมีผลต้านการอักเสบ ส่งเสริมการไหลเวียนของระบบเลือด และจะไปช่วยยับยั้งฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการอักเสบ การดื่มน้ำขิงหรือขิงผงเป็นประจำ อาการปวดไมเกรนจะบรรเทาลง น้ำขิงสามารถใช้รักษาอาการปวดศีรษะได้ ทั้งชนิดปวดแบบสองข้าง และข้างเดียวหรือไมเกรน ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะบ่อย ๆ แนะนำให้ดื่มน้ำขิงเข้มข้นเป็นประจำ สารเคมีที่อยู่ในน้ำขิงจะสามารถปรับสารไอโคซานอยด์ (Eicosanoid) ทำให้อาการปวดศีรษะบรรเทาลง ซึ่งยังมีข้อมูลในการใช้ขิงเพื่อบรรเทาอาการปวดในร่างกาย  จึงถือได้ว่าขิงเป็นสมุนไพรอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยไมเกรน และหากใครชื่นชอบการดื่มน้ำขิงอยู่แล้ว ก็สามารถจิบน้ำขิงอุ่น ๆ เวลาปวดไมเกรนได้เช่นกัน
โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสื่อมของข้อต่อในร่างกาย และนำไปสู่อาการต่าง ๆ เช่น อาการปวดข้อและอาการข้อตึง โดยการศึกษาพบว่าผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมแล้วดื่มน้ำขิง จะมีความเจ็บปวดในข้อต่อลดลง นอกจากนี้ ยังพบว่าการนำน้ำมันขิง ยางไม้แมซ-ทิค  อบเชย และงามาผสมแล้วรับประทาน สามารถช่วยลดอาการปวดและตึงในผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมได้ดี

5. น้ำขิงมีส่วนช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ขับลม โดยให้ดื่มน้ำขิงก่อนนอนจะช่วยบรรเทาอาการได้
สารประกอบฟีโนลิกในขิงมีส่วนช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองในลำไส้ พร้อมทั้งยังมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้ขิงยังมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้อย่างอ่อน ส่งผลให้อาการท้องอืด แน่นท้อง และอาการท้องเฟ้อบรรเทาลงได้

6. น้ำขิงมีส่วนช่วยป้องกันไข้หวัดได้ แก้ไอได้เป็นอย่างดี
การดื่มน้ำขิงร้อนจะช่วยลดการสะสมของเชื้อไวรัสได้ดี โดยอาจจะชงดื่มผสมกับน้ำมะนาวและเกลือ จิบบ่อย ๆ ช่วยแก้ไอได้ดีทีเดียว และยังช่วยบรรเทาอาการหวัดคัดจมูก ไอน้ำหอมระเหยจากน้ำขิงช่วยให้หายใจสะดวกมากขึ้นในช่วงที่เป็นหวัดคัดจมูก  จากการทดลองน้ำขิงที่ได้จากการสกัดพบว่า น้ำขิงสามารถยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและพยาธิชนิดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสารจินเจอร์รอลในขิงยังมีอานุภาพมากพอจะลดโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ ของร่างกายได้โดยเฉพาะหากเราดื่มน้ำขิงเป็นประจำทุกวัน สารจินเจอร์รอลจะต่อสู้กับเชื้อไวรัสโรคหวัดและอาการไข้ได้อย่างเต็มที่ เราก็จะมีสุขภาพที่ดีห่างไกลจากโรคหวัดได้ง่าย ๆ

น้ำขิง” สมุนไพรหลักที่กระทรวงสาธารณสุข ประกาศอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2552 ว่าสามารถป้องกัน “โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ (H1N1) ได้

คนไทยมีความคุ้นเคยกับน้ำขิงอยู่แล้ว เพราะว่าน้ำขิงเป็นเครื่องดื่มที่คนไทยบริโภคมานาน แต่เมื่อพูดถึงน้ำขิง คนส่วนใหญ่จะนึกถึงภาพ ขิงต้ม ขิงผง ขิงชงน้ำร้อน หรือการดื่มน้ำขิงจะต้องอยู่บ้านหรือออฟฟิศถึงจะสะดวกต่อการดื่ม ฮอทต้า จึงขอส่งความปรารถนาดีผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ด้วยน้ำขิงสดแบบกล่องพร้อมดื่ม ฮอทต้า คูล ที่มีจินเจอร์รอล และวิตามิน C สูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง
 

ขอแนะนำน้ำขิงแบบกล่องพร้อมดื่ม ฮอทต้า คูล กับกล่องบรรจุรุ่น Tetra Prisma® Aseptic Edge นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก Tetra Pak ปกป้องทุกคุณค่า ให้อยู่ครบในกล่อง UHT ระบบปลอดเชื้อ ไม่ใช้สารกันบูด ทั้งนี้กล่องยังรีไซเคิลได้ ช่วยลดโลกร้อน เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ “ฮอทต้า คูล” มาในขนาด 250 มล. มีให้เลือกด้วยกัน 2 รสชาติ ได้แก่

ฮอทต้า จินเจอร์ คูล น้ำขิงผสมน้ำผึ้ง เผ็ดนิด หวานน้ำผึ้งมานูก้าจากนิวซีแลนด์ อุดมด้วยวิตามินซี, อี, สูง และมีวิตามินเอ
ฮอทต้า ฟิวชั่น คูล น้ำขิงผสมน้ำรสองุ่นและน้ำมะนาว เผ็ดหน่อย เปรี้ยวนิดด้วยมะนาว ได้คุณค่าวิตามินซีสูง ทั้ง 2 รสชาติ ให้พลังงานเพียง 60 Kcal
กลับ
29/11/2565
260
บทความอื่น ๆ ที่คุณอาจสนใจ